| Niramon's profileDo You See My Point?PhotosBlogLists | Help |
|
October 23 นิทานธรรมะ ตอน หลงทางชีวิตหวัดดีทุกท่าน เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เราก็ได้ไปเที่ยวงานหกรรมหนังสือแห่งชาติ ไปเจอหนังสือถูกใจอยู่เล่มหนึ่ง เป็นหนังสือของพระอาจารย์โชติปัญโญ "นิทานธรรมะ สอนศิลปะ..การใช้ชีวิต"
จึงขอหยิบยกเรื่องราวตอนหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง โดยชื่อนี้มีตอนว่า "หลงทางชีวิต"
เรื่องก็มีอยู่ บุตรชายของเศรษฐีได้หายตัวไปอย่างไม่มีสาเหตุ จนวันหนึ่งเศรษฐีก็ไปเจอขอทานซึ่งหน้าตาละม้ายคล้ายลูกชายของตนเป็นอย่างมาก ด้วยความสัมพันธ์ของพ่อลูก จึงตระหนักเป็นแน่แท้ ว่านั้นคือลูกชายของตนที่หายสาบสูญไป แต่เจ้ากรรม หนุ่มนั้นกลับไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหนแม้แต่นิดเดียว เศรษฐีจึงชักชวนตีสนิทขอทานน้อยให้มาทำงานที่บ้าน เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดเศรษฐีและผู้เป็นแม่มากขึ้น รวมทั้งมอบหมายงานสำคัญๆให้กับเด็กหนุ่ม วันเวลาล่วงเลยไป เศรษฐีล้มป่วยอย่างหนัก และประกาศต่อบรรดาญาติมิตรว่า "หนุ่มผู้นี้คือบุตรของตนที่หายสาบสูญไป บัดนี้ได้กลับมาสู่มาตุภูมิของตนแล้ว และจะเป็นผู้สืบทอดมรดกทั้งหมดนับตั้งแต่บัดนี้" ชายหนุ่มเมื่อประจักษ์แท้ในคำประกาศว่าตนเป็นใคร ถึงกับร้องไห้ฟูมฟายเสียใจที่ไม่เคยรู้เลยว่า ตนเป็นใคร และผู้ที่คอยช่วยเหลือดูแลมาตลอดคือพ่อของเขาเอง แม้ว่าเขาจะเคยหลงอยู่ในอดีตที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาอยู่กับสมมุติแห่งความจริงที่ค้นหาเจออีกครั้ง
"...การเดินทางของชีวิตเชื่อว่าเป็นการเดินทางที่ยาวไกล จนยากที่จะรู้ได้ว่า จุดสิ้นสุดของการไปถึงนั้นอยู่ที่ใด บางครั้งคนเราจึงหลงในเส้นทางที่เดินได้ หากเราหลงทางเดินในมิติของชีวิตทางกายภายนอก ก็ยังพอย้อนกลับไปแก้ไขให้ดีขึ้น แต่ถ้าหากหลงทางใจแล้ว โอกาสที่จะย้อนกลับไปแก้ไขก็คงยากเต็มที เพราะจิตที่ถูกครอบงำด้วยความลวง มักนำตัวเราไปสู่ความหลงของชีวิตที่กูไม่กลับเสมอ"
สาธุ++....หวังว่าชีวิตของทุกคน คงยังไม่เดินหลงทางไปไหนไกลนะ ใครถูกใจหาอ่านเพิ่มเติมได้ มีนิทานสอนใจอีกเยอะในหนังสือเล่มนี้ ไว้ว่างๆจะเอามาลงให้อ่านกันใหม่นะจ้ะ คราวนี้แค่นี้ก่อน บ้าย บาย September 01 "say Hello"I like this song because it recall my mind. How can I dare to say hello somebody first. Just "say hello". I don't know sometimes why I scare to begin this word. It's very simple or may cause it's simple to made people forget this word.
"say Hello"
W- If I find him If I just follow Would he hold me and never let me go Would he let me borrow his wool winter coat I don't know, I don't Know M- If I see her standing there alone At the train station, three stops from her home I have half a mind to say what I'm thinking anyway But I don't know, I don't know B- There's an airplane in the sky With a banner right behind "Loneliness is just a crime look each other in the eye And say hello-o-o-o-o and say hello-o-o-o-o" (spoken) M- Hey there. How you doing? W-Hi, my name is Mary. M-Hi June 07 ร้องเป็นเพลงรอเจ้าคริสตัลพอดีช่วงนี้ เพลง"สิ้นสุดเสียที"ของสวรรค์เบี่ยงกำลังฮิต พอได้ฟังเต็มๆก็รู้สึกโดนอย่างแรง เพราะหัวใจกำลังเจ็บปวดกับไอ้เจ้าคริสตัลเกลือที่มันขึ้นได้ขึ้นดี ไม่รู้กี่ครั้ง มาหลอกให้เราดีใจแล้วก็เสียใจทีหลังต้องหลายรอบ ก็ไม่รู้ว่า เมื่อไรโปรตีนคริสตัลจะมา ฉันจะได้สิ้นสุดโปรเจทเสียที
April 20 สวัสดีปีใหม่ไทย สวัสดีวันสงกรานต์ ฟาดเคราห์ไปเลยคร้าบบบ พ่อแม่พี่น้อง เนื่องจากข้าพเจ้าโดนขโมยงัดห้อง และเอากล้องดิจิตอลสุดเลิฟไปเรียบร้อยโรงเรียนจีน ส่งท้ายปีใหม่(ไทย)พอดิบพอดี เลยต้องไปทำบุญล้างซ_ยกันยกใหญ่(555)ด้วยความสุดเซ็ง ก็ไปเที่ยวซะเลย งานนี้คุ้มค่า สนุก ครบรส พร้อมกับเพื่อนๆที่เฮฮาปารตี้ (ส่วนใหญ่ก็เพื่อนๆหวานใจนั่นเอง)กินกุ้ง ปู และปลาสดๆตัวโตๆ งานนี้ต้องขอขอบคุณ...เพื่อนหนุ่ม (ที่มีแฟนสาวเป็นนักวิ่งทีมชาติชื่อเปิ้ล)พร้อมทั้งครอบครัวที่เลี้ยงยิ่งใหญ่จนแบกพุงอ้วนๆกลับมาเป็นของแถม อิอิ ประทับใจสุดๆ ก็ทะเลที่บ้านเราไง สวยมากๆ(ไต้หวันก็สู้ไม่ได้)ทะเลที่บางแสนครึกครื้นไปด้วยผู้คน ทะเลที่ระยองสงบ สวยและสะอาด ปีนี้ตากแดด รับร้อนทะเล
สวัสดีปีใหม่ไทยเด้อ..ทุกคน เจอกันคราวหน้าข้าพเจ้าคงอยู๋ไต้หวันเรียบร้อยแล้ว คงคิดถึงครอบครัวและเพื่อนๆที่เมืองไทยมาก ไม่อยากไปหรอก เพราะเป็นคนขี้เหงา แต่จำต้องไปเพราะงานมันบังคับ(ก็แค่ 5 เดือน)ต้องไปตกผลึกคริสตัล(อีกแล้ว)ให้สำเร็จ ไม่เสร็จก็ขายขี้หน้า เก็บความหวาดหวั่นไว้ในใจ สู้ต่อไปเจ้ามลน้อย March 11 บ้านทอฝัน Sense&Inspirationเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ฉันและเพื่อนๆ พร้อมทั้งกลุ่มอิสระสานฝัน ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านทอฝันที่ อ.สังขละบุรี และทำกิจกรรมต่างๆสำหรับเด็กๆที่หมู่บ้าน ซึ่งฉันไม่ได้ไปมานานหลังจากจบธรรมศาสตร์มาแล้วหลายปี บางคนอาจสงสัยว่า "บ้านทอฝัน"คืออะไร บ้านทอฝัน คือ บ้านหลังหนึ่งที่มีเต็มไปด้วยจิตวิญญาณและความฝัน ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ คือ พี่นาท และเด็กๆที่อยู่ที่บ้านจะมีประมาณ 15-20 คน บางคนไม่ได้อยู่บ้าน แต่ก็อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของบ้านหลังนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กมอญเด็กกะเหรี่ยง และเด็กที่มีปัญหาทางบ้าน ที่นี้...ทุกคนจะได้รับการศึกษาและอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดีของสังคม และมีความสุขเหมือนคนอื่นๆ “ใช้พื้นฐานของครอบครัวในการเลี้ยงเขา พยายามสอนเขาให้มากๆ ถ้าเขาถูกก็ให้กำลังใจเขา เชื่อว่าเด็กต้องการความเป็นครอบครัวมากที่สุด เขาต้องการความอบอุ่น รอยยิ้ม การสัมผัสเขา ให้ความรู้สึกกับเขา ให้เขารู้สึกว่ามีคนอื่นรักเขามากเพียงใด” นี่คือแนวคิดของพี่นาทที่มีต่อบ้านหลังนี้และหวังอย่างยิ่งที่จะเห็นเด็กๆของเขามีรอยยิ้มและได้รับความอบอุ่นอยู่เสมอ หลายๆสิ่งที่ฉันกลับไปยังบ้านแห่งนี้ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม บรรยากาศที่สวยงามตามธรรมชาติ ภูเขา แม่น้ำและสายหมอก เหมือนจะกล่อมเกลาจิตใจที่หยาบกระด้างจากสภาพสังคมเมือง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วช่างรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ที่นี้มีทั้งความรัก ความอบอุ่น และบรรยากาศที่สงบ บาดแผลของเด็กๆที่ได้รับจากการกระทำของผู้ใหญ่บางคน คงรู้สึกเบาบางลงไปได้บ้าง ความน่ารักไร้ซึ่งการแสแสร้งของเขา มันเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันไม่อยากไปจากที่นี้ และที่นี้ฉันได้เล่นเป็นคนไข้ที่โดนคุณหมอ(เด็ก)ฉีดยาตั้งหลายเข็ม ได้ร้องเพลงกับเพื่อนๆ โบกรถขากลับพร้อมกับแวะเที่ยวตามทาง ได้เจอทั้งความสนุกสนานและความตื่นเต้น ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ได้ว่า ฉันมีความสุขเพียงใด
แล้วคุณละ! มีความรู้สึกดีๆอย่างนี้มาร่วมแบ่งปันกันบ้างรึเปล่าคะ
Do You See My Point?The best of memory |
|
||||
|
|